เปิด!  5 แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้ในงบไม่เกินล้าน พร้อมเสริมความคุ้มครองด้วย ประกันรถยนต์ไฟฟ้า ที่คิดมาเพื่อรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ

สมัครรถแลกเงินโปรโมชั่น แจกฟรี Voucher Lazada

อีกเทรนด์หนึ่งที่กำลังมาแรง ตอนนี้สำหรับวงการยานยนต์คงหนี้ไม่พ้นกับรถยนต์ EV (Electric Vehicle) หรือรถยนต์ไฟฟ้า ที่เรียกได้ว่ากำลังมาแรงและเปิดตัวกับมามายหลากหลายแบรนด์ในประเทศ ด้วยประสิทธิภาพที่คุ้มค่า กับราคาเริ่มต้นที่ไม่ไกลเกินเอื้อม จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเป็นรถยนต์อีกประเภทที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน และวันนี้ มาสิ ได้ขนเอา 5  แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้ ในงบราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท จะมีแบรนด์ไหนน่าสนใจ ดีไซน์รูปลักษณ์เป็นแบบไหนกันบ้าง ตามไปดูกับ มาสิ ได้เลย

รถยนต์ไฟฟ้า หรือ รถยนต์ EV (Electric Vehicle)

รถยนต์ไฟฟ้า หรือรถยนต์ EV (Electric Vehicle) คือ รถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าทั้งในการขับเคลื่อนทั้งคันแบบ 100% ไม่มีพลังงานอื่นมาใช้งานร่วมด้วย โดยสามารถชาร์จไฟได้อย่างต่อเนื่องเมื่อแบตเตอรี่หมด ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าที่มีอยู่ในท้องตลาดสามารถที่จะแบ่งเป็นประเภทแบบอื่น ๆ ได้อีก เช่น รถยนต์ไฟฟ้าประเภท HEV (Hybrid Electric Vehicle) คือ รถที่เป็นแบบผสมระหว่างเชื้อเพลิงปกติกับไฟฟ้า  รถยนต์ไฟฟ้าประเภท PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) คือ รถที่มีการทำงานผสมเหมือนกับประเภท HEV แต่แบบนี้จะสามารถเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟจากภายนอกได้ รถยนต์ไฟฟ้าประเภท BEV (Battery Electric Vehicle) คือ รถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่อย่างเดียว และรถยนต์ไฟฟ้าประเภท FCEV (Fuel Cell Electric Vehicle) คือ รถที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานผลิตจากเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) เท่านั้น เป็นต้น

การเลือกซื้อ รถยนต์ไฟฟ้า

อย่างที่เรารู้กัน ในยุคนี้สมัยนี้อะไร ๆ ก็ดูแพง และขึ้นราคาอย่างต่อเนื่องกันไปเสียหมด ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ หรือแม้แต่อาหารการกินก็ราคาขึ้นตามไปด้วย และอีกหนึ่งปัจจัยหลัก ๆ ในการใช้ชีวิต นั่นก็คือ การเดินทางหรือว่าการขนส่ง เรื่องราคาน้ำมัน ก็เป็นปัญหาที่สร้างความหนักใจให้กับเราเป็นอย่างมาก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่กระแสความสนใจ และความนิยมใน รถยนต์ไฟฟ้า ได้รับการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การที่เราจะเลือกซื้อรถยนต์ EV หรือรถยนต์ไฟฟ้า นั้น ไม่ใช่เพียงแค่ราคาของรถยนต์เท่านั้นที่เราจะใช้ในการพิจารณา แต่เราก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยการใช้งานอื่นๆ ร่วมด้วย อาทิเช่น ระยะทางในการใช้งาน  เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละแบรนด์แต่ละประเภท จะมีความแตกต่างเรื่องระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ทำให้เราจำเป็นต้องนึกถึงสถานที่สำหรับการชาร์จไฟด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเป็นปั๊มที่รองรับการชาร์จแบตเตอรี่ให้รถด้วย หรือสถานีบริการอื่น ๆ แม้ว่าในปัจจุบันจะมีหลาย ๆ ปั๊ม หลายสถานีบริการ ที่รับรองการให้บริการชาร์จไฟที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังมีการให้บริการที่น้อยกว่าการให้บริการพลังงานในรูปแบบอื่น ๆ อยู่ อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการดูแลรักษาที่รถยนต์ไฟฟ้า หรือรถ EV อาจจะมีส่วนประกอบในรายละเอียดที่น้อยกว่าก็จริง แต่ก็ไม่ควรละเลย และควรคำนวณระยะทางในการเดินทางอยู่เสมอด้วย

5 แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้ ในงบราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท!

1.GWM ORA Good Cat 400 TECH (และ 400 PRO): ราคา 763,000-828,500 บาท

มาเริ่มกันที่รถไฟฟ้าที่หน้าตาน่ารัก และพบเห็นได้ค่อนข้างบ่อยในช่วงนี้ ด้วยรูปร่างและการออกแบบสไตล์เรโทร บวกกับความน่ารักสะดุดตาของรุ่นนี้ จึงทำให้รถ EV ราคาไม่เกินล้านจาก GWM (Great Wall Motor) ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% น่าใช้งานมากเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าหน้าตาของ Good Cat นั้นจะดูคลาสสิค แต่ก็แฝงไปด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่พัฒนาขึ้นจากแพลทฟอร์ม GWM LEMON ที่มีความอัจฉริยะ สมรรถนะการขับขี่ที่ดี ความปลอดภัยขั้นสูง

ซึ่งรถรุ่น ORA Good Cat จะมีด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น แต่ถ้าไม่เกินล้านในตอนนี้จะเหลือเพียงสองรุ่นคือ 400 TECH และ 400 PRO ที่ชาร์จหนึ่งครั้งประมาณ 8-9 ชั่วโมง ก็จะวิ่งได้ถึง 400 กิโลเมตร ให้กำลังสูงสุด 105kW และมีแรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร ทำความเร็วได้สูงสุดถึง 152 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มาพร้อมโหมดการขับ 5 โหมดคือ Standard, Sport, ECO, ECO+ และ Smart ที่ปรับได้เองทั้งหมด อีกทั้งยังกู้คืนพลังงานเพื่อประหยัดพลังงานได้ถึง 3 ระดับเลยด้วย ถือว่าใช้งานเป็นรถไฟฟ้าเพื่อวิ่งไปกลับต่างจังหวัดที่ไม่ไกลมากนักได้แบบสบายๆ ยิ่งถ้าใช้ในเมืองก็ไม่มีปัญหาแน่นอน

……………………………………………………………

2.MG EP PLUS: ราคา 771,000 บาท

รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นนี้จะเหมาะกับการใช้เป็นรถครอบครัว หรือสายที่ชอบขนของเป็นอย่างมาก เพราะมีขนาดพื้นที่ใส่ของความจุถึง 1,456 ลิตร ออกแบบเบาะหน้าคู่แบบ ANTI-CURVED SURFACE DESIGN ลดความเมื่อยล้าขณะขับได้ด้วย ซึ่งก่อนหน้าของรุ่นนี้ก็มีอีกหนึ่งรุ่นคือ MG EP ที่มีรคาถูกกว่าด้วยราคา 761,000 บาท โดยรุ่นนี้มีขนาดความจุของแบตเตอรี่ที่ 50.3 Kwh และขับไกลได้มากถึง 380 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ซึ่งใช้เวลาปกติในการชาร์จประมาณ 7 ชั่วโมง 15 นาที และมีกำลังสูงสุด 163 แรงม้าทำความเร็วได้สูงสุดถึง 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมโหมดขับขี่ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ 3 ระดับคือ Sport, Normal และแบบ Eco ถือว่าเป็นอีกรุ่นของ MG ที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน แถมยังมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายด้วย

……………………………………………………………

3.FOMM One: ราคา 499,000 บาท

รถไฟฟ้าหรือรถ EV ราคาไม่เกินล้าน สุดน่ารักนั่นก็คือ FOMM (First One Mile Mobility) One ที่เป็นรถคันเล็กแบบใช้ไฟฟ้า 100% สำหรับเดินทางระยะสั้น เมื่อชาร์จไฟเต็ม 100% (ประมาณ 6 ชั่วโมง) สามารถวิ่งได้ประมาณ 166 กิโลเมตร ถ้าวิ่งในเมืองเพื่อไปทำงานก็ถือว่าไปกลับได้สบายๆ แถมยังสามารถนั่งได้มากถึง 4 คน หรือจะเปลี่ยนจากด้านหลังเอาไว้ใส่ของไปด้วยก็ยังได้ สำหรับการขับเคลื่อนจะวิ่งด้วยสองล้อหน้า และมีวงเลี้ยว 3.8 เมตร อารมณ์เหมือนขับรถจักรยานยนต์ได้เลย ซึ่งการขับเคลื่อนแบบนี้สำหรับคนที่ขับรถยนต์ปกติมาก่อน อาจจะต้องใช้เวลาสักพักให้ชิน นอกจากนี้ยังมีระบบทำความเย็นแบบ ”High power Cooler system” ที่เข้ากับสภาพแดดบ้านเราด้วย อีกทั้งรุ่นนี้ยังสามารถวิ่งบนน้ำได้ด้วย รถรถไฟฟ้ารุ่นนี้ใช้พลังงานประมาณ 14.8kWh ทำความเร็วได้สูงสุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

……………………………………………………………

4.POCCO DD และ MM: ราคา 389,000 – 469,000 บาท

รถไฟฟ้าหรือรถ EV ราคาไม่เกินล้านขนาดจิ๋วแต่แจ๋ว แถมยังมีราคาน่าคบหาพร้อมกับรุ่นย่อยที่มีให้เลือกซื้อกันมากถึง 4 รุ่น แบ่งเป็นรุ่นหลักอย่าง DD กับ MM โดยทั้งสองรุ่นนี้จะมีความต่างกันที่ขนาดและการใช้งาน ซึ่งรุ่น MM จะมีทั้งหมด 3 ประตู แต่ว่ารุ่น DD นั้นจะมีประตูถึง 5 ประตู เหมาะกับคนที่ต้องการใช้งานในเมือง หรือว่าใช้ขับไปกลับจากบ้านไปที่ทำงานก็ทำได้สบายๆ ส่วนความแตกต่างของทุกรุ่นนั้น จะอยู่ที่ขนาดความจุของแบต และระยะทางที่สามารถขับได้ รวมไปถึงความเร็วที่สามารถทำได้สำหรับทุกรุ่นที่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถแบ่งเป็นรุ่นย่อยอย่างละสองรุ่นในราคาที่ไม่เกินล้านเหมือนกัน และมีราบละเอียดของแต่ละรุ่นดังนี้

  • POCCO DD รุ่น L: ราคา 389,000 บาท มีความจุแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุที่ 3kW สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 128 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง โดยใช้เวลาในการชาร์จ 0-100% ที่ 6-8 ชั่วโมง มีขนาดตัวรถอยู่ที่ 1,500 x 3,025 x 1,515 มม.
  • POCCO DD รุ่น K: ราคา 449,000 บาท มีความจุแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุที่ 5kW สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 178 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง โดยใช้เวลาในการชาร์จ 0-100% ที่ 6-8 ชั่วโมง มีขนาดตัวรถอยู่ที่ 1,500 x 3,310 x 1,588 มม.
  • POCCO MM รุ่น YX: ราคา 399,000 บาท มีความจุแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุที่ 2kW สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 116 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง โดยใช้เวลาในการชาร์จ 0-100% ที่ 6-8 ชั่วโมง มีขนาดตัวรถอยู่ที่ 1,500 x 3,025 x 1,515 มม.
  • POCCO MM รุ่น ZX: ราคา 469,000 บาท มีความจุแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุที่ 14kW สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 170 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง โดยใช้เวลาในการชาร์จ 0-100% ที่ 6-8 ชั่วโมง มีขนาดตัวรถอยู่ที่ 1,500 x 3,025 x 1,515 มม. เท่ากับรุ่น YX

……………………………………………………………

5.Neta V: ราคาคาดว่าประมาณ 549,000 บาท

อีกหนึ่งรถไฟฟ้าและเป็นรถ EV ราคาไม่เกินล้านแบบ 100% ที่น่าสนใจ แต่ว่ายังไม่ได้เปิดวางขายอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีการวางแผนเปิดศูนย์บริการมากกว่า 21 แห่งทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Neta Auto Thailand คาดว่าจะมีการเปิดเผยราคาและพร้อมวางขายเร็วๆ นี้ ซึ่งราคาที่บอกไว้เป็นราคาคาดเดากันเอาไว้เท่านั้น โดยรถรุ่นนี้เป็นรถที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous มาพร้อมกับขนาดแบตเตอรี่ที่มีความจุ 38.54 kWh และวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 380 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ใช้เวลาในการชาร์จปกติ 8 ชั่วโมงจาก 0-100% และยังมีช่องชาร์จไฟ AC แบบ Type 2 กับ DC แบบ CCS ที่ชาร์จได้จาก 30%-80% ภายในเวลาเพียงแค่ 30 นาทีอีกด้วย ส่วนอัตราเร่ง 0-50 กม/ชม. ใช้เวลา 3.9 วินาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 160 นิวตันเมตร ทำให้สามารถขับได้ด้วยความเร็วสูงสุด 121 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลย โดยรวมแล้วถือว่าเป็นรถ EV ราคาไม่เกินล้านที่น่าสนใจไม่น้อยเลย สำหรับเอาไว้ขับในเมืองหรือเดินทางต่างจังหวัดก็ยังได้ รอลุ้นเปิดตัวได้เร็วๆ นี้ที่ Neta Auto Thailand

เรียกได้ว่ามีความสนใจทั้งด้านเทคโนโลยีและดีไซด์การออกแบบเลยก็ว่าได้ อีกทั้งแถมมาด้วยกันการประหยัดแบบขั้นสุดแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องราคาที่เราจใช้เป็นปัจจัยหลักในการเลือกซื้อแต่เพียงเท่านั้น ในเรื่องของรูปแบบการใช้ และความเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเรานั้นต่างหากที่เป็นสนิ่งสำคัญการเลือกซื้อรถยนต์ไม่ว่าจะรถพลังงานไฟฟ้า หรือพลังงานธรรมดาก็ตาม

นอกจากนี้ ไม่เพียงแค่แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้ที่ มาสิ ได้นำมากันแต่เพียงเท่านั้น วสำหรับผู้ที่ใช้รถไฟฟ้าอยู่ หรือกำลังจะเป็นว่าที่เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า มาสิ ยังได้ขนเอาอีกหนึ่งตัวช่วยดี ๆ ในการมาเสริมในการดูแลรถยนต์ไฟฟ้ากับ ประกันรถยนต์ไฟฟ้า ที่คิดมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ จะมีความน่าสนใจ หรือความคุ้มครองอย่างไรบ้างนั้นไปดูกัน

 

ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า บริษัท Jaymart Insurance

เริ่มต้นแค่เพียง 20,000 บาทต่อปี และฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน

ฟรีบริการช่วยเหลือบนท้องถนน

สำหรับประกันรถยนต์ไฟฟ้าจากทาง บริษัท Jaymart Insurance นั้น ฟรีบริการช่วยเหลือบนท้องถนน ติดต่อ 02-099-0555 กด 2

หากเราใช้รถยนต์ไฟฟ้าแล้วเกิดเหตุฉุกเฉินบนท้องถนนนั้น จะมีการช่วยเหลือดังต่อไปนี้ครับ

  • บริการรถยกฉุกเฉินฟรี 35 กิโลเมตร 2 ครั้ง /ปี : เป็นบริการที่จะช่วยให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าอุ่นใจว่า เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าเกิดเสีย ผู้ทำประกันรถยนต์ไฟฟ้า สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากบริการฉุกเฉินบนท้องถนนได้ ซึ่งจะมีบริการรถยกจากจุดเกิดเหตุ ไปยังอู่ซ่อมในเครือที่ใกล้ที่สุด ฟรี 35 กิโลเมตร 2 ครั้ง /ปี
  • บริการช่างซ่อมกุญแจ 2 ครั้ง /ปี : หากรถยนต์ไฟฟ้าเกิดขัดข้องไม่สามารถเปิดประตูรถหรือสตาร์ทรถไม่ได้ บริการช่วยเหลือจากบริการฉุกเฉิน จะติดต่อและให้บริการช่างซ่อมกุญแจ 2 ครั้ง /ปี ครับ
  • ให้คำปรึกษาด้านเทคนิค : หากเกิดเหตุฉุกเฉินกับรถยนต์ไฟฟ้า จะสามารถติดต่อบริการช่วยเหลือจากบริการฉุกเฉินบนท้องถนน ซึ่งจะมีช่างผู้เชี่ยวชาย คอยให้คำปรึกษาอยู่ครับ

แบบประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า ประเภท 1 ENERGY PLUS ซ่อมอู่

รายละเอียดความคุ้มครองประเภท 1 (ซ่อมอู่) จำนวนเงินความรับผิดชอบ
ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย เฉพาะส่วนเกิน (ไม่เกิน บาท/คน) 500,000
วงเงินสูงสุดตาม พ.ร.บ. (ไม่เกิน บาท/ครั้ง) 10,000,000
ความเสียหายต่อทรัพย์สิน (ไม่เกิน บาท/ครั้ง) 1,000,000
ความเสียหายต่อตัวรถยนต์ (บาท/ครั้ง) ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย
รถสูญหาย หรือ ไฟไหม้ (บาท) ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย
การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล สำหรับผู้ขับขี่ 1 คน และผู้โดยสาร 6 คน(บาท/คน) 100,000
การประกันภัยค่ารักษาพยาบาล สำหรับผู้ขับขี่ 1 คน และผู้โดยสาร 6 คน(บาท/คน) 100,000
การประกันตัวผู้ขับขี่ 200,000

 

รถยนต์ที่รับประกันภัยและราคาเบี้ยประกันภัย แบบซ่อมอู่

รถยนต์ที่รับประกันภัย จำนวนเงินเอาประกันภัย เบี้ยประกันภาคสมัครใจ
ยี่ห้อ รุ่น สุทธิ รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
BYD E6 1,000,000-1,600,000 28,856.00 31,000.04
FOMM One 350,000-540,000 18,617.00 20,000.44
GWM ORA Good Cat 520,000-960,000 19,548.00 21,000.89
MG EP 520,000-800,000 19,548.00 21,000.89
ZS EV 630,000-960,000 19,548.00 21,000.89
HS PHEV 720,000-1,100,000 19,548.00 21,000.89
NISSAN Leaf 1,050,000-1,600,000 28,856.00 31,000.04

 

แบบประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า ประเภท 1ENERGY PLUSซ่อมห้าง

รายละเอียดความคุ้มครองประเภท 1 (ซ่อมห้าง) จำนวนเงินความรับผิดชอบ
ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย เฉพาะส่วนเกิน (ไม่เกิน บาท/คน) 1,000,000
วงเงินสูงสุดตาม พ.ร.บ. (ไม่เกิน บาท/ครั้ง) 10,000,000
ความเสียหายต่อทรัพย์สิน (ไม่เกิน บาท/ครั้ง) 2,500,000
ความเสียหายต่อตัวรถยนต์ (บาท/ครั้ง) ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย
รถสูญหาย หรือ ไฟไหม้ (บาท) ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย
การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล สำหรับผู้ขับขี่ 1 คน และผู้โดยสาร 6 คน(บาท/คน) 100,000
การประกันภัยค่ารักษาพยาบาล สำหรับผู้ขับขี่ 1 คน และผู้โดยสาร 6 คน(บาท/คน) 100,000
การประกันตัวผู้ขับขี่ 300,000

 

รถยนต์ที่รับประกันภัยและราคาเบี้ยประกันภัย แบบซ่อมห้าง

รถยนต์ที่รับประกันภัย จำนวนเงินเอาประกันภัย เบี้ยประกันภาคสมัครใจ
ยี่ห้อ รุ่น สุทธิ รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
BYD E6 1,000,000-1,600,000 38,165.00 41,000.26
FOMM One 350,000-540,000 26,064.00 28,000.83
GWM ORA Good Cat 520,000-960,000 28,856.00 31,000.04
MG EP 520,000-800,000 28,856.00 31,000.04
ZS EV 630,000-960,000 28,856.00 31,000.04
HS PHEV 720,000-1,100,000 28,856.00 31,000.04
NISSAN Leaf 1,050,000-1,600,000 38,165.00 41,000.26

 

เงื่อนไขการรับประกัน