มาทำความรู้จัก โรคมะเร็ง ที่เป็นภัยอันตรายใกล้ตัวคุณ

โรคมะเร็ง
โรคมะเร็งทำความรู้จัก โรคมะเร็ง ที่เป็นภัยอันตรายใกล้ตัวคุณ
สมัครรถแลกเงินโปรโมชั่น แจกฟรี Voucher Lazada

โรคมะเร็ง เป็นโรคที่เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย โดยเซลล์เหล่านี้จะเจริญเติบโตอย่างไม่สมดุลกันและไม่มีการควบคุมจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้เกิดเป็นก้อนเนื้อ (เรียกว่าเนื้องอก) ที่มีความเสียหายต่อเนื้อเยื่อและอวัยวะภายในร่างกายได้ โรคมะเร็ง มีหลายประเภทและสามารถเกิดขึ้นได้ทุกอวัยวะในร่างกาย เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เนื้องอกเต้านม เนื้องอกปอด เป็นต้น

สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิด โรคมะเร็ง

โรคมะเร็ง
สาเหตุโรคมะเร็ง

1.ปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ (Modifiable risk factors)

  • สูบบุหรี่และใช้สารเคมีอื่นๆ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า ที่มีส่วนผสมของสารเคมีเสี่ยงต่อการเกิด โรคมะเร็ง เช่น โพลีคลอร์ไฮดรอคาร์บอน (Polycyclic aromatic hydrocarbons) และนิโตรเจนออกไซด์ (Nitrosamines)
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากๆ ที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆ เช่น มะเร็งช่องปาก ลำไส้ใหญ่ หลอดลม เป็นต้น
  • การรับประทานอาหารที่มีความหนาแน่นของไขมันสูง และอาหารที่ไม่เพียงพอทางโปรตีน ผัก และผลไม้
  • การนั่งทำงานนานๆ และขาดการออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • การประสบการณ์ความเครียดและความกดดันทางจิตใจ

2.สาเหตุและปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ (Non-modifiable risk factors)

  • พันธุกรรม (Genetics) – การสืบสานพันธุ์ของบุคคลสามารถมีความสำคัญต่อการเกิด โรคมะเร็ง ได้ เนื่องจากมีพี่น้องหรือบุตรที่มีประวัติเคยเป็นโรคมะเร็ง หรือมีการพบการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็ง
  • อายุ (Age) – อายุเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดโรคมะเร็งมากขึ้นเมื่อคนมีอายุมากขึ้น หรือเมื่อร่างกายเริ่มสูญเสียความสามารถในการแก้ไขความผิดปกติของเซลล์และการสร้างสารต่างๆ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคมะเร็ง
  • เพศ (Gender) – บางชนิดของมะเร็งมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้หญิง เช่น มะเร็งเต้านม แต่ในบางชนิดของมะเร็งผู้ชายก็มีความเสี่ยงสูงกว่า เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่
  • ประวัติการเป็นโรคมะเร็ง – การมีประวัติเคยเป็นโรคมะเร็งในครอบครัว หรือเคยได้รับการรักษาโรคมะเร็งมาก่อน ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งในบุคคลได้
  • ปัจจัยสิ่งแวดล้อม – ปัจจัยต่างๆ ทางสิ่งแวดล้อมเช่น สารเคมีในอาหาร ฝุ่นละออง แสงแดด เป็นต้น

 การรักษาโรคมะเร็ง

การรักษา โรคมะเร็งแบบเจาะจง (Precision medicine)

เป็นการใช้การตรวจสอบพันธุกรรม (Genetic testing) และเทคโนโลยีทางการแพทย์เชิงโมเลกุลเพื่อแยกแยะระบบการทำงานของเซลล์มะเร็งแต่ละชนิด และเลือกยาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละผู้ป่วย

วิธีการรักษาโรคมะเร็งแบบเจาะจงประกอบไปด้วยหลายวิธี เช่น

  1. การใช้ยาเป้าหมาย (Targeted therapy) – – การรักษาโรคมะเร็งโดยใช้ยาเป้าหมาย ซึ่งจะแนะนำต่อคนไข้ที่มีพันธุกรรมหรือลักษณะเฉพาะที่สามารถระบุได้ โดยยาเป้าหมายจะทำงานโดยการแตะเซลล์มะเร็งเพียงเซลล์เดียวและไม่ทำลายเซลล์สุขภาพ
  2. การใช้ยาอนุมูลอิสระ (Immunotherapy) – การเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเพื่อสร้างซึ่งต่อต้านเซลล์มะเร็ง โดยใช้ยาที่เรียกว่าผู้ผลิตซึ่งทำให้เซลล์มะเร็งถูกตามสังเคราะห์และตาย
  3. การใช้การบำบัดแบบละเอียด (Precision radiotherapy) – การใช้แสงรังสีที่เป็นไปตามรูปแบบการกระจายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์แบบของเซลล์มะเร็ง โดยใช้เทคโนโลยีการสแกนที่ช่วยหาแหล่งกำเนิดของมะเร็งและคุณสมบัติที่ต่างกันไป
  4. การรักษาแบบผสมผสาน (Combined modality therapy) – การใช้การรักษาหลายวิธีพร้อมกัน เช่น การผ่าตัดร่วมกับการใช้รังสีหรือยาเคมี
  5. การรักษาแบบที่เป็นไปตามพฤติกรรมของเซลล์มะเร็ง (Targeted therapy) – การใช้ยาที่เป็นตัวเป้าหมายเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง โดยใช้การตรวจพิเศษเพื่อระบุเป้าหมายของยา
  6. การรักษาแบบพันธะภูมิคุ้มกัน (Immunotherapy) – การใช้ยาเพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เพื่อส่งเสริมการต่อต้านเซลล์มะเร็ง
  7. การรักษาด้วยการกระตุ้นสูตรออกซิเจน (Hyperbaric oxygen therapy) – การใช้การกระตุ้นสูตรออกซิเจนเพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์และเนื้อเยื่อส่วนของร่างกาย ทำให้การรักษาโรคมะเร็งดีขึ้น
  8. การรักษาด้วยการปรับปรุงพฤติกรรมการดื่มสุราและสารเสพติดอื่นๆ
  9. การทำการวินิจฉัยแม่นยำ (Precision diagnosis) – การใช้เทคโนโลยีการวินิจฉัยแบบเจาะจง เช่น การใช้การวิเคราะห์ DNA หรือ RNA ในการตรวจวินิจฉัยเซลล์มะเร็ง ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคมะเร็งได้แม่นยำมากขึ้น และเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้
  10. การวางแผนการรักษา (Treatment planning) – การวางแผนการรักษาโรคมะเร็งแบบเจาะจงโดยพิจารณาจากผลการวินิจฉัยแม่นยำ และลักษณะของโรคมะเร็ง โดยเลือกใช้เทคนิคการรักษาที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด

การรักษาโรคมะเร็งแบบรักษาทั่วไป

มีหลายวิธี แต่ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการรักษาต่อไปนี้

  1. การผ่าตัด (Surgery) – การผ่าตัดออกเนื้องอกที่มีเซลล์มะเร็งเพื่อลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งในร่างกาย
  2. การใช้แสงรังสี (Radiation therapy) – การใช้รังสีเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง โดยใช้เครื่องมือที่ทำให้รังสีเข้าไปยังเนื้อเยื่อที่มีเซลล์มะเร็งอยู่
  3. การใช้ยาเป้าหมาย (Targeted therapy) – การใช้ยาเป้าหมายที่จะกำจัดเซลล์มะเร็งโดยเฉพาะ โดยยาเป้าหมายจะจัดเตรียมขึ้นมาเพื่อแตะเซลล์มะเร็งโดยตรง ซึ่งจะมีผลต่อเซลล์มะเร็งเท่านั้นและไม่ทำลายเซลล์สุขภาพ
  4. การใช้ฮอร์โมน (Hormone therapy) – การใช้ยาที่ช่วยลดการผลิตฮอร์โมนที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งกลับมาสภาพปกติ
  5. การผสมเทคนิคการรักษา (Combination therapy) – การใช้เทคนิคการรักษาหลาย
  1. การใช้เคมีบำบัด (Chemotherapy) – เป็นการใช้ยาสารเคมีเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็ง โดยยาจะเข้าไปยับยั้งการแบ่งเซลล์มะเร็งหรือทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรง
  2. การใช้รังสีบำบัด (Radiation therapy) – เป็นการใช้แสงรังสีเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งโดยทำลายส่วนที่มีเซลล์มะเร็งอยู่ ซึ่งมักจะใช้ร่วมกับการผ่าตัดเพื่อลดการกลับมาของโรคมะเร็ง
  3. การใช้ฮอร์โมนเพื่อรักษา (Hormone therapy) – เป็นการใช้ยาฮอร์โมนเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งที่ต้องการฮอร์โมนเพื่อเจริญเติบโต โดยมักใช้กับการรักษามะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งต่อมลูกหมู่
  4. การใช้ศัลยกรรมรักษา – เป็นการผ่าตัดที่ใช้เทคโนโลยีที่มีความทันสมัยเพื่อรักษาโรคมะเร็ง

โรคมะเร็งไม่ได้กระทบต่อผู้ป่วยเพียงผู้เดียวเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อครอบครัวและสังคมโดยรวมด้วย

  1. การเสียชีวิตของผู้ป่วย – การสูญเสียคนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูงจากโรคมะเร็งจะเป็นผลกระทบอย่างมากต่อผู้รอดชีวิต รวมถึงเพิ่มภาระทางเศรษฐกิจและสังคม
  2. การทำงานและการเงิน – ผู้ป่วยมะเร็งอาจต้องเลิกงานหรือลดปริมาณการทำงานลง เพื่อทำการรักษาหรือฟื้นฟูสุขภาพ ซึ่งอาจเป็นภาระต่อการเงินและการทำงานของครอบครัว
  3. สุขภาพจิต – โรคมะเร็งสามารถก่อให้เกิดความกังวลและซึมเศร้าในผู้ป่วยและครอบครัวได้ เนื่องจากมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและโอกาสในการเติบโตของเด็กๆในครอบครัว
  4. การดูแลสุขภาพของผู้ป่วย – การดูแลผู้ป่วยมะเร็งอาจเป็นภาระให้กับสมาชิกครอบครัวหรือผู้ดูแล ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ดูแลประสบความเหน็ดเหนื่อยทางกายและจิตใจ
  5. การกำจัดสิ่งแวดล้อมอันตราย – การตัดต้นไม้หรือการใช้สารเคมีอันตรายสู่สิ่งแวดล้อมอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด
  1. ภาระเศรษฐกิจ – การรักษาโรคมะเร็งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ทั้งเป็นเงินสำหรับการตรวจวินิจฉัย การรักษา และยา ซึ่งอาจทำให้ครอบครัวมีความเครียดทางการเงิน
  2. ภาระอารมณ์ – โรคมะเร็งอาจทำให้ผู้ป่วยและคนในครอบครัวรู้สึกเศร้าหรือวิตกกังวล เนื่องจากการรักษามะเร็งมักเป็นกระบวนการที่ฉับไวและน่าเหนื่อย และการรับมือกับการสูญเสียหรือความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นก็จะเป็นเรื่องที่ยากที่จะรับมือได้
  3. ภาระสังคม – ผู้ป่วยมะเร็งอาจถูกเกิดอาการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย หรือมีระบบการทำงานของร่างกายลดลง จึงทำให้เกิดภาวะความไม่สมบูรณ์ต่อสังคม อาจจะมีผลต่อการทำงาน การเรียน การเดินทาง และการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในสังคม
  4. ภาระความเป็นผู้ดูแล – ผู้ใกล้ชิดและคนในครอบครัวของผู้ป่วยมะเร็งจะต้องรับภาระความเป็นผู้ดูแลและการดูแลผู้ป่วยที่รักในเรื่องการดูแลสุขภาพและการสนับสนุนให้กับผู้ป่วยมะเร็ง
  5. ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ – การรักษาโรคมะเร็งมักมีค่าใช้จ่ายสูง และมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษา หรือผลกระทบต่อผู้ป่วยและครอบครัวในเรื่องการทำงาน การเดินทาง หรือการกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
  6. ผลกระทบต่อสังคม – โรคมะเร็งส่งผลต่อสังคมโดยไม่ตรงไปตรงมา โดยเฉพาะเมื่อมีผู้ป่วยมะเร็งหรือมีผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคนี้ มักจะเกิดความเสียหายในเรื่องของความเชื่อมั่นในการมีชีวิตอยู่ เพื่อนญาติและสังคมรวมถึงผู้ป่วยเองก็อาจมีความกดดัน ความเครียด และภาวะซึมเศร้าที่เกิดขึ้นได้
  7. ผลกระทบต่อการทำงาน – การเจ็บป่วยมะเร็งอาจส่งผลต่อการทำงานของผู้ป่วยและคนในครอบครัว เนื่องจากต้องใช้เวลาในการรักษาตัวเองและดูแลผู้ป่วย

แนวโน้มการดูแลรักษาโรคมะเร็งในอนาคตมี ดังนี้

โรคมะเร็ง
การรักษาโรคมะเร็ง
  1. การใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ – เทคโนโลยีทางการแพทย์และการวิจัยกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงการรักษาโรคมะเร็ง รวมถึงการพัฒนายาที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างระมัดระวัง เช่น การใช้เทคโนโลยีช่วยการผ่าตัดที่ดีขึ้นและการใช้ระบบการรักษาระบบภูมิคุ้มกันใหม่
  2. การตรวจวินิจฉัยและการคัดกรอง – การตรวจวินิจฉัยและการคัดกรองโรคมะเร็งในช่วงเริ่มต้นจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งในระยะต่อไป และช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น
  3. การรักษาแบบบูรณาการ – การรักษาโรคมะเร็งแบบบูรณาการจะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการรักษาแบบบูรณาการจะรวมการใช้เทคนิครักษาต่างๆ เช่น การผ่าตัด รักษาด้วยการใช้รังสี และการรักษาด้วยยา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา
  4. การรักษาแบบบ้าน – การรักษาแบบบ้านจะเป็นการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งในสภาพแวดล้อมที่สบายกว่า

นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและเทคโนโลยีสื่อสารเพื่อการดูแลและรักษาโรคมะเร็งจะเพิ่มขึ้นอีกด้วย เช่น การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อสนับสนุนความรู้และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้ป่วยและแพทย์ การใช้เทคโนโลยี AI และ Machine Learning เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับการรักษาโรคมะเร็ง และการใช้แอปพลิเคชันเพื่อควบคุมสุขภาพและการรักษาโรคมะเร็งของผู้ป่วย และเพื่อความอุ่นใจ คุณสามารถซื้อ ประกันสุขภาพกับ มาสิ ได้เลย ก่อนที่จะเกิดโรคดังกล่าวหรือเจ็บป่วยเพื่อเป็นการป้องกันและยังมีบริการที่ครอบคลุม ทั้งโรงพยาบาลในเครือ และสามารถช่วยในการบริการคุณลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว สะดวกสบาย หมดความกังวลใจในเรื่องต่างๆ

มาเรียนรู้ข้อมูลประกันสุขภาพมะเร็งกัน

ประกันมะเร็งออนไลน์ จาก แอกซ่า ประกันภัย

โรคมะเร็ง
ประกันโรคมะเร็ง

ประกันมะเร็ง เจอ จ่าย จบ ที่ให้คุณรับเงินก้อนทันที ที่ตรวจพบมะเร็งทุกชนิด ทุกระยะ

ค่าเบี้ยเริ่มต้นเพียง 3 บาท / วัน

  • จ่ายเงินก้อนทันทีที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง ด้วยวงเงินสูงสุดถึง 900,000 บาท
  • คุ้มครองโรคมะเร็งทุกชนิด ทุกระยะ ทั้งลุกลาม และไม่ลุกลาม
  • สมัครง่าย ไม่ต้องตรวจสุขภาพ
  • ซื้อผ่านออนไลน์ รับความคุ้มครองทันที พร้อมรับกรมธรรม์ผ่านทางอีเมล
  • ให้ความคุ้มครองคนไทยที่มีอายุตั้งแต่อายุ 1 – 65 ปี
  • ไม่จำเป็นต้องมีกรมธรรม์หลัก
  • ไม่มีเงื่อนไขการเรียกร้องค่าสินไหมว่าผู้เอาประกันภัย จะมีชีวิตอยู่ต่อหลังจากตรวจพบหรือไม่
  • สามารถนำเบี้ยประกันมะเร็งมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2565 สูงสุดถึง 25,000 บาท (ทั้งนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด)
  • เมื่อซื้อแผนครอบครัว ฟรี! ความคุ้มครองสำหรับบุตรที่อายุ 1-22 ปีและยังไม่สมรส โดยไม่จำกัดจำนวน

ตารางความคุ้มครอง ประกันมะเร็ง

ความคุ้มครอง (บาท) แผน 1 แผน 2 แผน 3
 จ่ายเงินก้อนให้ทันทีเมื่อตรวจพบมะเร็งครั้งแรก 200,000 500,000 750,000
 ขยายความคุ้มครองมะเร็งผิวหนัง 20% ของทุนประกัน 40,000 100,000 150,000
เบี้ยประกันเริ่มต้น 825 บาท/ปี
(≈ 3 บาท/วัน)
2,060 บาท/ปี
(≈ 6 บาท/วัน)
3,090 บาท/ปี
(≈ 9 บาท/วัน)

การทำ ประกันโรคมะเร็ง จะมีวงเงินความคุ้มครองตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ทั้งในส่วนของค่ารักษาพยาบาล การทำเคมีบำบัด รวมถึงยังมีเงินชดเชยกรณีเสียชีวิตจากโรค มะเร็ง โดยวงเงินที่ได้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทประกัน และแผนประกันภัยที่เลือกซื้อ ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี

ซื้อประกันมะเร็งออนไลน์ จาก แอกซ่า ประกันภัย

ประกันมะเร็ง
สมัครประกันมะเร็ง

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถโทรมาสอบถามรายละเอียดต่างๆ ได้ที่ 02 710 3100 หรือแอดไลน์ @masii ( มี @ ด้วยนะครับ ) เพื่อติดตามข่าวสารและบทความดีๆ ที่ มาสิบล็อก เกี่ยวกับ บัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบ้านแลกเงิน สินเชื่อรถแลกเงิน และผลิตภัณฑ์ทางการเงินจากสถาบันการเงินชั้นนำทั่วประเทศ

อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ประกันสุขภาพ