อาชีพไหนมีโอกาสฆ่าตัวตายมากที่สุด?

วิธีฆ่าตัวตาย
วิธีฆ่าตัวตาย

การกินยาฆ่าตัวตายเป็น วิธีฆ่าตัวตาย วิธีหนึ่ง ที่ผู้พยายามที่จะฆ่าตัวตายเลือกใช้ซึ่งก็มีทั้งสำเร็จและไม่สำเร็จ แต่ที่น่าตกใจก็คือส่วนหนึ่งของผู้ที่ใช้ยาฆ่าตัวตายก็คือหมอและที่น่าตกใจยิ่งไปกว่านั้นอีกก็คือหมอมีอัตราในการฆ่าตัวตายในระดับที่สูงมากด้วย นอกจากนี้ยังมีอาชีพอื่น ๆ อีกหลายอาชีพที่มีอัตราในการฆ่าตัวตายสูงกว่าอาชีพทั่วไปอย่างไม่น่าเชื่อซึ่งจะมีอาชีพไหนบ้างนั้น มาติดตามกันเลย

อาชีพไหนมีโอกาสฆ่าตัวตายมากที่สุด?

1.หมอ

คุณเชื่อหรือไม่ล่ะว่าอาชีพที่ช่วยชีวิตผู้อื่นอย่างอาชีพหมอกลับเป็นอาชีพที่มีอัตราในการฆ่าตัวตายสูงกว่าอาชีพอื่น ๆ ซะอีก แถมหมอยังมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการฆ่าตัวตายมากกว่าคนทั่วไปถึง 2.5-4 เท่าแน่ะ และมีการพบว่าส่วนหนึ่งของผู้ที่ฆ่าตัวตายในอาชีพนี้มีความสัมพันธ์กับโรคซึมเศร้าและส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ซึ่งวิธีที่หมอส่วนใหญ่เลือกใช้ฆ่าตัวตายนั้นก็คือการใช้ยา ซึ่งก็น่าจะเป็นเพราะยาเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวหมอนั่นเอง

2.เกษตรกร

ในหลายๆ ประเทศ เกษตรกรมีอัตราการฆ่าตัวตายที่สูงจนเข้าขั้นวิกฤตมานานหลายทศวรรษเลยทีเดียว อย่างในสหรัฐอเมริกาก็มีประวัติศาสตร์อันยาวนานเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายของเกษตรกรจนหลายสิบปีผ่านไปอัตราการฆ่าตัวตายก็ยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าคนทั่วไป ในประเทศอื่น ๆ อย่างในอินเดีย มีเกษตรกรฆ่าตัวตายมากกว่า 270,000 คนเลยทีเดียวในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ในฝรั่งเศสมีการฆ่าตัวตายของคนในอาชีพนี้ทุก ๆ 2 วัน หรือในอังกฤษช่วงที่โรคปากและเท้าเปื่อยระบาดในปี 2001 มีการฆ่าตัวตายพุ่งสูงขึ้นถึง 10 เท่า

3.ตำรวจ

การฆ่าตัวตายของคนในอาชีพตำรวจและนักดับเพลิงเป็นปัญหาทั้งในอังกฤษและในสหรัฐฯ ในอังกฤษช่วงปี 2009 – 2013     มีตำรวจที่ได้ทำการปลิดชีพตัวเองเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า ส่วนนักดับเพลิงนั้นก็มีสถิติการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นทุกปีนับตั้งแต่ปี 2012 ส่วนที่สหรัฐฯ อัตราการฆ่าตัวตายของตำรวจในเมืองใหญ่อย่างชิคาโก ก็ยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างน่าตกใจ ซึ่งก็มีสาเหตุมาจากการที่ปัญหาไม่ได้รับการเอาใจใส่อย่างจริงจังและหากดูจากสถิติการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจในปี 2016 พบว่าสาเหตุการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตมีสาเหตุมาจากการฆ่าตัวตายมากกว่าอุบัติทางท้องถนนและอาวุธปืนรวมกันเสียอีก

4.นักการเงิน

ด้วยลักษณะงานที่เต็มไปด้วยความเครียดและความกดดันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ที่อยู่ในสายงานนี้มีโอกาสเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตายโดยเฉลี่ยมากกว่าคนทั่วไปถึง 1.5 เท่า นอกจากนี้แล้วสภาพเศรษฐกิจยังเป็นตัวแปรที่มีผลต่อการฆ่าตัวตายอีกด้วย     หากเศรษฐกิจดี อัตราการฆ่าตัวตายของคนในอาชีพนี้ก็จะลดน้อยลง และ อัตราการฆ่าตัวตายก็จะพุ่งสูงขึ้น เมื่อเศรษฐกิจอยู่ในภาวะตกต่ำ

 

และเพื่อป้องกัน เรื่องเศรษฐกิจตกต่ำ เราควรมีเงินเก็บสำรองยามฉุกเฉินครับ หากสนใจเรื่องกองทุนของธนาคารต่างๆ หรือ เงินฝากออมทรัพย์ในรูปแบบต่างๆ สามารถเข้ามาเปรียบเทียบได้ด้วยตัวเองเลยครับ ที่นี่ แค่คลิก

เปรียบเทียบ ดอกเบี้ยเงินฝากทุกธนาคาร

compare-button เปรียบเทียบเลย!
เปรียบเทียบเลย!

 

หรือสอบถามได้ทางไลน์ [email protected] : @masii ครับ